วันเสาร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2557

รถบรรทุกเชื่อปี58ตลาดฟื้น

นักวิเคราะห์เตรียมลดประมาณการกำไรกลุ่มยานยนต์ หลังยอดผลิตเดือนส.ค.ทรุด 7% จากเดือนก.ค.
คาดการณ์ยอดผลิตทั้งปีนี้อยู่ที่ 2 ล้านคัน ต่ำกว่ามุมมองสภาอุตสาหกรรมเชื่อปีหน้ากลุ่มยานยนต์เริ่มกระเตื้อง


















บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ฝ่ายวิเคราะห์มีแนวโน้มจะปรับลดคาดการณ์ลงอีก แต่ยังคงน้ำหนักการลงทุนเท่ากับตลาด (Neutral) หลังจากเห็นตัวเลขยอดการผลิตรถยนต์ของไทยในเดือนส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเปิดเผยโดยสภาอุตสาหกรรม

สภาอุตสาหกรรมได้ปรับลดคาดการณ์ยอดผลิตรถยนต์ในปี 2556 ลงอีกเหลือ 2.1 ล้านคัน คิดเป็นการปรับตัวลดลง 15% จากยอดผลิตในปี 2556 จากคาดการณ์เดิม 2.2 ล้านคัน คาดจะทำได้ยาก เพราะช่วงที่เหลือของปี ต้องมียอดผลิตรถเฉลี่ยต่อเดือนสูงถึง 2.139 แสนคัน ซึ่งคาดจะมีการปรับลดคาดการณ์ลงอีก

ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงตัวเลขประมาณการผลิตรถยนต์ปี 2557 ที่ 2 ล้านคัน ลดลง 19% จากปี 2556 แบ่งเป็นตลาดในประเทศ 900,000 คัน ต่ำกว่ายอดปีที่แล้ว 32% และส่งออก 1,150,000 คัน มากกว่ายอดในปีที่แล้ว 2% หรือเทียบเท่าว่าในช่วง 4 เดือนที่เหลือ ต้องมียอดผลิตรถยนต์เฉลี่ยต่อเดือน 1.889 แสนคัน

นักวิเคราะห์ กล่าวว่า การตกต่ำของอุตสาหกรรมรถยนต์ค่อนข้างลากยาว และไม่ได้ฟื้นตัวในครึ่งปีหลังตามที่ตลาดคาดหวัง แต่บริเวณปัจจุบัน น่าจะเป็นจุดต่ำสุด ดังนั้นเชื่อว่าปี 2558 อุตสาหกรรมยานยนต์จะฟื้นตัว แต่ยังไม่แน่ชัดว่าระดับการฟื้นตัวจะโดดเด่นมากน้อยแค่หน่อย หลังจากที่ปีนี้ ได้ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง โดยยังคงตัวเลขประมาณการยอดผลิตรถยนต์ในปี 2558 ที่ 2.4 ล้านคัน

ทั้งนี้ สภาอุตสาหกรรม เปิดเผยตัวเลขยอดการผลิตรถยนต์เดือนส.ค.ที่ผ่านมาว่า ยอดผลิตปรับลดลงต่อ เหลือ 140,797 คัน ลดลงจากเดือนก่อน 7% จากเดือนก.ค.2557 และทรุดลงหนักจากปีก่อน 27% จากเดือนเดียวกันปีที่แล้ว สำหรับตัวเลข 8 เดือนแรกของปี 2557 ยอดผลิตรถยนต์เท่ากับ 1,244,241 คัน ติดลบ 28% จากเดือนเดียวกันปีที่แล้ว

ตัวเลขยอดขายรถยนต์ในประเทศ เดือน ส.ค.2557 ยังลดลงต่อเนื่องเหลือ 68,805 คัน อ่อนตัวลงจากเดือนก่อน 1% และลดลงจากปีก่อน 31% เพราะปีนี้ไม่ต้องส่งมอบรถยนต์ในโครงการรถคันแรกแล้ว ประกอบกับ ภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัวลง ราคาสินค้าเกษตรยังไม่ดีขึ้น และการเบิกจ่ายงบประมาณที่ยังไม่ถึงเป้าหมาย สำหรับตัวเลข 8 เดือนแรกยอดขายในประเทศเท่ากับ 579,243 คัน ลดลง 38% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

ส่วนตัวเลขส่งออกรถยนต์เดือน ส.ค. กลับมาทรุดลงเหลือ 89,550 คัน ลดลง 2% จากเดือนก่อนหน้า และลดลง 14% จากเดือนเดียวกันปีที่แล้ว สำหรับตัวเลขส่งออก 8 เดือนแรกเท่ากับ 741,382 คัน เติบโต 2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

บล.เคจีไอ กล่าวว่า กลุ่มยานยนต์ มีข่าวลบจากการที่สภาอุตสาหกรรมลดเป้าผลิตรถยนต์เหลือ 2.1 ล้านคัน จากเป้าเดิม 2.2 ล้านคัน อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยยังแนะนำซื้อสะสมเมื่อราคาอ่อนตัว เพราะคาดอุตสาหกรรมรถยนต์จะฟื้นในไตรมาส 4 ปีนี้ ต่อเนื่องปีหน้า

บล.ทิสโก้ มองว่า กลุ่มยานยนต์ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว แต่การฟื้นตัวยังช้า ทั้งนี้ตัวเลขหนี้เสียของสินเชื่อรถยนต์ เริ่มมีแนวโน้มคงที่ และการปรับลดกำลังการผลิตลงในช่วงครึ่งแรกปีนี้ และจะฟื้นตัวเร็วในครึ่งปีหลัง เพราะส่วนต่างของสินเชื่อเริ่มลดลง และคุณภาพของสินเชื่อและผลประกอบการครึ่งหลังปีนี้ยังจำกัด

นอกจากนี้ ราคารถยนต์มือ 2 ที่ลดลงอาจทำให้ธนาคารต้องตัดจำหน่ายช่วงไตรมาส 4 ปี 2557-ไตรมาส 1 ปี 2588 รวมถึงการชำระคืนสินเชื่อที่มากกว่าสินเชื่อใหม่จนถึงช่วงไตรมาส 3 ปี 2558 แม้คาดว่าสินเชื่อรถยนต์ จะมีความต้องการเพิ่มขึ้นในปี 2560 แต่ผลตอบแทนจะถูกจำกัดจากการขึ้นดอกเบี้ยและเงินเฟ้อ

บล.เคเคเทรด กล่าวว่า แนวโน้มผลประกอบการบริษัท ที.กรุงไทยอุตสาหกรรม (TKT) จะเติบโตจากครึ่งปีแรก 3 เท่าตัวเป็น 28 ล้านบาท แม้จะปรับลดประมาณการยอดขาย รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลง

ส่วนในปี 2558 ปริมาณคำสั่งซื้อเดิมมีแนวโน้มลดลง 100 ล้านบาท หรือ 6% ของรายได้ เพราะสูญเสียออเดอร์ชิ้นส่วนยานยนต์หลักบางรุ่น ขณะที่ออเดอร์ใหม่ที่ได้เพิ่มยังไม่สามารถชดเชยได้



ฝ่ายวิจัยคาดยอดผลิตรถยนต์มีแนวโน้มฟื้นตัวในปี 2558 ราว 8-12% จากปีนี้ และคาดยอดผลิตรถยนต์จะอยู่ที่ 2.2 ล้านคัน จาก 2 ล้านคันในปีนี้ ซึ่งน่าจะชดเชยการลดลงของปริมาณคำสั่งซื้อเดิมได้ และเชื่อว่าบริษัทจะมียอดขายเติบโต 5% ในปี 2558 เป็น 1.8 พันล้านบาท และคาดกำไรเติบโต 25% เป็น 46 ล้านบาท


สนใจ..รถยนต์มือสองคุณภาพ รถมือสองอุบล ศูนย์รวมรถมือสอง ตลาดรถมือสอง

"นึกถึงรถ  นึกถึงเรา"

ท่านสามารถเลือกดูและติดตามข่าวสารได้กับอุบลออโต้ .ได้ที่ http://www.ubonauto.com/ คลิ๊กที่นี่

และสามารถติดตามเฟสบุ๊ก ได้ที่
อุบลออโต้คลับ https://www.facebook.com/UbonAuto?ref=hl
พบ รถมือสอง คุณภาพเยี่ยมที่อุบลออโต้ 

วันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2557

มารู้จัก 10 อะไหล่รถที่ต้องเปลี่ยนบ่อยที่สุด



การดูแลรักษารถยนต์ ถือเป็นสิ่งสำคัญของผู้ใช้รถเพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานยิ่งขึ้น และยังช่วยให้การขับขี่มีความปลอดภัยขึ้นด้วย เนื่องจากชิ้นส่วนต่างๆในรถยนต์นั้น มีการสึกหรอตามการใช้งานอยู่แล้ว จึงควรเปลี่ยนเมื่อครบอายุการใช้งานของมัน




10 ชิ้นส่วนในรถยนต์ที่ต้องเปลี่ยนบ่อยที่สุด ได้แก่



1.น้ำมันเครื่อง และไส้กรองน้ำมันเครื่อง

น้ำมันเครื่องถือเป็นปัจจัยหลักในการหล่อลื่นชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ ดังนั้นจึงควรเปลี่ยนตามกำหนดทุกครั้ง หรือหากตรวจพบว่าน้ำมันเครื่องเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ก็สามารถเปลี่ยนก่อนกำหนดได้เลย เพราะอาจบ่งบอกว่าน้ำมันเสื่อมสภาพแล้ว

ระยะเวลาเปลี่ยน ทุกๆ 5,000 - 10,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ประเภทน้ำมันเครื่อง)



2. ผ้าเบรค

ผ้าเบรคเป็นชิ้นส่วนที่ส่งผลต่อความปลอดภัยโดยตรง หากผ้าเบรคใกล้หมด จะมีเสียงดังเอี๊ยดเกิดขึ้นขณะเหยียบเบรค บ่งบอกว่าถึงเวลาเปลี่ยนได้แล้ว หากยังดึงดันที่จะใช้ต่อแล้วล่ะก็ อาจทำความเสียหายกับจานเบรคได้ ซึ่งมีราคาแพงกว่าผ้าเบรคหลายเท่าตัวเลยล่ะ

ระยะเวลาเปลี่ยน ประมาณ 50,000 - 70,000 กิโลเมตร (หากใช้งานในเมืองอายุจะสั้นกว่า)



3. แบตเตอรี่

แบตเตอรี่มีทั้งแบบแห้งและเปียก โดยแบบแห้งไม่จำเป็นต้องดูแลรักษาใดๆตลอดอายุการใช้งาน แต่หากเป็นแบบเปียกนั้น จำเป็นต้องมีการเติมน้ำกลั่นให้ได้ระดับอยู่เสมอเพื่อให้แบตเตอรี่สามารถเก็บประจุไฟได้อย่างเต็มที่

ระยะเวลาเปลี่ยน ประมาณ 2-3 ปีแล้วแต่การใช้งาน แบตเปียกควรเช็คน้ำกลั่นอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง







สนใจ..รถยนต์มือสองคุณภาพ รถมือสองอุบล ศูนย์รวมรถมือสอง ตลาดรถมือสอง

"นึกถึงรถ  นึกถึงเรา"

ท่านสามารถเลือกดูและติดตามข่าวสารได้กับอุบลออโต้ .ได้ที่ http://www.ubonauto.com/




4. ไส้กรองอากาศ

เครื่องยนต์จำเป็นต้องได้รับอากาศบริสุทธิ์ในการเผาไหม้จำนวนมาก ดังนั้น ไส้กรองอากาศจึงเป็นชิ้นส่วนสำคัญในการกรองสิ่งสกปรกในอากาศก่อนเข้าไปยังเครื่องยนต์ ซึ่งหากมีสิ่งสกปรกอุดตันเป็นจำนวนมากก็จะทำให้การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ กำลังเครื่องยนต์ลดลง

ระยะเวลาเปลี่ยน ประมาณ 1 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร และเป่าทำความสะอาดทุกๆ 3,000-5,000 กิโลเมตร



5. น้ำมันเกียร์และไส้กรองน้ำมันเกียร์

ระบบเกียร์มีชิ้นส่วนประกอบที่เป็นโลหะเข้าด้วยกันจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเกียร์อัตโนมัติแบบทั่วไป, แบบ CVT หรือแบบ Dual-clutch ซึ่งมีการเคลื่อนที่ภายในห้องเกียร์ตลอดเวลา จึงมีอัตราการสึกหรอสูง น้ำมันเกียร์เป็นสิ่งสำคัญในการลดการสึกหรอดังกล่าว ไม่ให้ระบบเกียร์กลับบ้านเก่าไปก่อนวัยอันควร หากใช้ไปนานๆจะทำให้เกิดเศษโลหะในน้ำมันเกียร์ที่เป็นอันตรายต่อระบบเกียร์ได้

ส่วนน้ำมันเกียร์แบบ Long-life นั้น แม้ว่าผู้ผลิตจะระบุว่าสามารถใช้ได้ตลอดอายุการใช้งาน แต่ก็ควรได้รับการเปลี่ยนถ่ายบ้าง เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานระบบเกียร์

ระยะเวลาเปลี่ยน ประมาณ 20,000 - 40,000 กิโลเมตรแล้วแต่รุ่นรถ



6. ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง

ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงพบได้ทั้งรถที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินและดีเซล โดยมีหน้าที่ดักจับสิ่งสกปรกต่างๆและน้ำ ที่มากับน้ำมันที่เราเติมตามปั๊มนั่นเอง ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้นานๆแล้ว จะทำให้ไส้กรองตัน จนแรงดันน้ำมันไปยังเครื่องยนต์ไม่พอ ส่งผลให้ครื่องยนต์มีอาการเร่งไม่ขึ้น กระตุก หรือสตาร์ทยากได้

ระยะเวลาเปลี่ยน ประมาณ 2 ปีหรือ 40,000 กิโลเมตรแล้วแต่รุ่นรถ









7. หลอดไฟต่างๆ

ควรตรวจเช็คหลอดไฟต่างๆรอบตัวรถ ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้า (ไฟต่ำ, ไฟสูง, ไฟหรี่), ไฟเลี้ยวทั้ง 4 มุมรวมถึงด้านข้าง, ไฟท้าย, ไฟเบรค ไฟถอยหลัง, ไฟตัดหมอก ฯลฯ ว่าติดครบทุกดวงหรือไม่ หลอดไส้แบบฮาโลเจนนั้นมีโอกาสขาดได้ง่ายกว่าแบบ Xenon และ LED มาก การขับรถผ่านทางขรุขระบ่อยๆก็อาจทำให้หลอดขาดได้ จึงควรหมั่นตรวจสอบสม่ำเสมอ

ระยะเวลาเปลี่ยน เปลี่ยนเมื่อหลอดขาด



8. สายพานไทม์มิ่ง

เครื่องยนต์ทั่วไป มีสายพานจำนวนหลายเส้นช่วยขับเคลื่อนเครื่องยนต์ให้สมบูรณ์ เช่น สายพานไทม์มิ่ง, สายพานคอมแอร์, สายพานเพาเวอร์, สายพานปั๊มน้ำ ฯลฯ แล้วแต่รุ่นรถ แต่หากสายพานไทม์มิ่งซึ่งเป็นสายพานหลักของเครื่องยนต์ขาดจะส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์อย่างรุนแรง
ระยะเวลาเปลี่ยน ประมาณ 100,000 กิโลเมตร



9. หัวเทียน

หัวเทียนส่งผลต่อสมรรถนะของเครื่องยนต์ หากหัวเทียนเก่าเกินไป อาจทำให้เครื่องยนต์สะดุด ทำงานได้ไม่เต็มที่ อีกทั้งหัวเทียนแบบปกติมีราคาไม่แพง สามารถซื้อหามาเปลี่ยนได้ง่าย
ระยะเวลาเปลี่ยน ประมาณ 40,000 กิโลเมตร



10. ใบปัดน้ำฝน

อากาศร้อนอบอ้าวของเมืองไทย ส่งผลให้อายุการใช้งานใบปัดน้ำฝนเสื่อมสภาพเร็ว ดังนั้น หากใบปัดไม่สามารถรีดน้ำได้อย่างสมบูรณ์แล้ว จึงควรรีบเปลี่ยนทันที โดยเฉพาะเมื่อเข้าหน้าฝนแบบนี้
ระยะเวลาเปลี่ยน ประมาณ 1 ปี



สนใจ..รถยนต์มือสองคุณภาพ รถมือสองอุบล ศูนย์รวมรถมือสอง ตลาดรถมือสอง

"นึกถึงรถ  นึกถึงเรา"

ท่านสามารถเลือกดูและติดตามข่าวสารได้กับอุบลออโต้ .ได้ที่ http://www.ubonauto.com/ คลิ๊กที่นี่

และสามารถติดตามเฟสบุ๊ก ได้ที่
อุบลออโต้คลับ https://www.facebook.com/UbonAuto?ref=hl
พบ รถมือสอง คุณภาพเยี่ยมที่อุบลออโต้ 

วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2557

ห้องโดยสารสกปรก ส่งผลร้ายมากว่าที่คุณคิด



ห้องโดยสารสกปรก ส่งผลอย่างไรต่อสุขภาพ

ห้องโดยสารรถยนต์เมื่อผ่านการใช้งานไปสักระยะหนึ่ง ย่อมต้องมีสิ่งสกปรกเกิดขึ้น ทั้งบริเวณเบาะนั่ง คอนโซล แพงประตู ฯลฯ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ และเป็นหน้าที่โดยปกติเช่นกันที่เจ้าของรถจะต้องทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ

แต่ถึงกระนั้นผู้ที่ใช้รถทุกวันจะให้มานั่งเช็ดถูทำความสะอาดอยู่บ่อย ๆ ก็คงไม่มีเวลา (บางท่านนาน ๆ กว่าจะล้างรถสักที) หรือแม้แต่พฤติกรรมของคนที่ไม่ใส่ใจรักษาความสะอาดปล่อยให้ฝุ่นจับหนาหรือมีกลิ่นอับ ท่านเหล่านั้น จะทราบหรือไม่ว่า...สิ่งสกปรกที่สัมผัสหรือที่เห็นอยู่รอบตัวในห้องโดยสารสามารถส่งผลเสียต่อสุภาพของผู้โดยสารมากกว่าที่คิด

สิ่งสกปรกที่จะอยู่ในห้องโดยสารหลัก ๆ แล้วก็คือ "ฝุ่น" เกิดขึ้นได้ง่ายจากการเล็ดลอดมาทางระบบปรับอากาศ หรือแค่เพียงเปิดประตู หน้าต่าง ด้วยขนาดที่เล็กมาก ๆ จึงไม่ใช่เรื่องยากที่ฝุ่นจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในห้องโดยสาร และเจ้าฝุ่นที่ว่านี้ ไม่ได้มาแค่เพียงหนึ่งเดียว ยังพาเพื่อนตัวน้อย ๆ ติดสอยห้อยตามมาด้วย ท่านทั้งหลายพอจะเดาออกมั้ยครับว่าฝุ่นมากับใคร? ถ้ายังคิดไม่ออก บอกให้เลยก็ได้ว่า มากับ "ไรฝุ่น" ไงครับ...!!!



ตัวไรฝุ่น

"ไรฝุ่น" มันคืออะไร? ใช่แล้ว มันคือสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง ดูจากชื่อแล้วไม่น่าจะมีพิษสงอะไร แต่ที่ไหนได้ สำหรับคนที่เป็นภูมิแพ้ มันคือของแสลงที่สุด ไรฝุ่นเป็นสัตว์ที่มีขนาดเล็กมากจนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น เป็นสัตว์จำพวกแมลงแต่มีลักษณะคล้ายกับแมงมุมเห็บ หมัด มีขา 8 ขา ขนาดของไรฝุ่นจะวัดได้ 1 ส่วน 100 ของความยาวที่เป็นนิ้ว ซึ่งเทียบแล้วคือเล็กกว่าหัวปากกาลูกลื่นที่จุดลงบนกระดาษเสียอีก อาหารของไรฝุ่น คือ เซลล์ผิวหนังของคนและสัตว์เลี้ยงที่หลุดลอกออกมา

ผิวหนังของคนนั้นโดยทั่วไปจะหลุดลอกวันละประมาณ 1.5 กรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่มากพอที่จะเลี้ยงตัวไรฝุ่นให้เจริญเติบได้เป็นอย่างดี นอกจากอาหารที่ได้จากคน ไรฝุ่นยังอาศัยพวกใยผ้าและขนสัตว์กินเป็นอาหารได้ด้วย ไรฝุ่นมีตา หายใจทางผิวหนัง ไรฝุ่นชอบอยู่ในที่อุ่น ขึ้น และเต็มไปด้วยฝุ่นละออง เช่น หมอนที่นอน พรม และเฟอร์นิเจอร์ผ้า เป็นสถานที่เหมาะที่สุดสำหรับครอบครัวไรฝุ่น

ภายในห้องโดยสาร วัสดุที่ทำจากผ้าไม่ว่าจะเป็นเบาะนั่งกำมะหยี่ ผ้าบุแผงประตู เพดานห้องโดยสาร ฯลฯ จุดด่าง ๆ เหล่านี้ หากเราปล่อยให้มีสิ่งสกปรกสะสมมาก ๆ เช่น เส้นผม ขนสัตว์ เศษใบไม้ รถของเราก็จะกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อให้กับ "โรคภูมิแพ้" ไปโดยปริยาย

โดยปกติแล้ว ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมนุษย์มีหน้าที่ที่จะจดจำสิ่งแปลกปลอมที่จะทำร้ายร่างกายของเรา เช่นเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส ฯลฯ โดยการสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นต่อสู้กับเชื้อโรค สำหรับโรคภูมิแพ้นั้น เป็นภาวะที่ภูมิของร่างกายมีปฏิกิริยากับโปรตีนหรือสารก่อภูมิแพ้ Allergen จากสิ่งแวดล้อม

ซึ่งปกติจะไม่มีอันตรายสำหรับผู้ที่ไม่แพ้ หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นโรคที่เกิดจาก "ปฏิกิริยาภูมิไวเกินต่อสารก่อภูมิแพ้" ปฏิกิริยานี้เริ่มเมื่อเราได้รับสารก่อภูมิแพ้ก็จะเกิดการสร้างภูมิที่เรียกว่า IgE Antibody ตัว Antibody นี้จะกระตุ้น Mast Cell ให้มีการหลั่งสาร Histamin ขึ้นที่เนื้อเยื่อต่าง ๆ เช่น ผิวหนัง ปอด จมูก ลำไส้ ทำให้เกิดการอักเสบของอวัยวะ เช่น ลมพิษที่ผิวหนัง คัดจมูกแน่นหน้าอกเนื่องจากหอบหืดบางรายอาจจะรุนแรงถึงกับเสียชีวิตได้ ซึ่งสารก่อภูมิแพ้ที่เป็นตัวแสบอันดับต้น ๆ มีที่มาจาก "ไรฝุ่น" นั่นเอง

สำหรับคำถามที่ว่า "ไรฝุ่นทำให้เกิดภูมิแพ้ได้อย่างไร ?" คำตอบคือ คนที่แพ้ไรฝุ่น หมายถึงคนที่มีปฏิกิริยาต่อโปรตีนในตัวและในมูลของไรฝุ่นที่ตายแล้ว โปรตีนดังกล่าวจะมีผลเสียต่อทางเดินหายใจทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจอักเสบ และโรคหอบหืด อีกทั้งยังทำให้คนที่มีแนวโน้มจะเป็นโรคผิวหนังอักเสบมีอาการของโรคมากขึ้น

ซึ่งตัวไรฝุ่นที่ตายแล้วจะมีโปรตีนจำนวนมาก เมื่อเราสูดลมหายใจ หรือผิวหนังของเราสัมผัสกับตัวไรฝุ่นที่ตาย ร่างกายองเราก็จะสร้างภูมิต้านทานขึ้นมา ภูมิต้านทานนี้จะปล่อยสารเคมี ซึ่งทำให้เกิดการบวมและการระคายเคืองของทางเดินหายใจตอนต้น นั่นก็คืออาการของโรคทางเดินหายใจอักเสบ และโรคหอบหืด ที่สำคัญคือ โรคภูมิแพ้สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้อีกด้วย





วิธีที่จะป้องกันไรฝุ่นได้ในระดับหนึ่ง นอกเหนือจากการทำความสะอาดผิวสัมผัสต่าง ๆ ในห้องโดยสารแล้ว ยังต้องทำความสะอาดดูแลรักษาระบบปรับอากาศในรถยนต์ด้วย โดยเฉพาะตู้แอร์ ที่ใครหลายคนบอกว่า "มันคือแหล่งซ่องสุมเชื้อโรค" ไรฝุ่น เชื้อรา แบคทีเรีย ยุ่บยั่บไปหมด

บริการคาร์แคร์ต่าง ๆ หรือร้านแอร์จึงต้องมีบริการล้างตู้แอร์และฆ่าเชื้อโรคเหล่นี้ ปีละ 1 ครั้งก็ยังดี เพราะฝุ่นจากภายนอกจะเข้ามาในระบบปรับอากาศทุกครั้งที่เปิดแอร์ เมื่อฝุ่นละอองมาเกาะอยู่ตามแผงคอยล์เย็นในตู้แอร์ ทุกครั้งที่เปิดแอร์ ลมก็จะพัดเอาฝุ่นเล็ก ๆ เข้ามาในตัวรถ ยิ่งนั่งอยู่ในรถนาน ๆ ก็ยิ่งสุดฝุ่นสะสมเข้าไปในร่างกายมากขึ้น รวมทั้งสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดกลิ่นอับ โรคภูมิแพ้หวัดเรื้อรัง

เชื้อราเป็นสิ่งมีชีวิตที่ชอบความชื้นเป็นพิเศษ วันไหนรถเจอน้ำเจอฝน ลืมปิดกระจก รถมีรอยรั่วซึมจนน้ำเล็ดลอดเข้ามาสร้างความชื้นสะสมได้ หรือการขับรถลุยน้ำ ก็จะต้องโดนความชื้น และตามมาด้วยเชื้อราถ้าไม่รับทำความสะอาด

การกำจัดเชื้อราสำหรับพื้นที่ที่อากาศถ่ายเทได้สะดวกไม่ยากอะไร ไล่ความชื้นตากแดดปล่อยให้ลมโกรกหลังทำความสะอาด เท่านี้ก็ไล่เจ้าตัวร้ายไปได้ แต่ถ้าเป็นในห้องโดยสารรถยนต์ที่มีซอกมุม ต้องถอดรื้อออกมาทำความสะอาดกันยกใหญ่

ยิ่งในกรณีของรถที่ได้รับความชื้นนาน ๆ อาจมีเชื้อราขึ้นตามเบาะ เพดานหลังคา พรมปูพื้น ช่องเก็บของท้ายรถ วัสดุหุ้มพวงมาลัย คอนโซล และที่มองไม่เห็นคือในระบบปรับอากาศ วิธีกำจัดเชื้อราในรถยนต์ที่จะนำมาบอกกล่าวกินในวันนี้ คือ การใช้น้ำส้มสายชูกลั่นชนิดใสไม่มีสี (อย่าใช้น้ำส้มสายชูกลั่นชนิดใสไม่มีสี (อย่าใช้น้ำส้มสายชูปลอม) ซึ่งมีกรดอะซิดิกหรือกรดน้ำส้มประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ นำมาใส่ในกระบอกฉีดพ่นละอองน้ำที่สะอาดจอดรถในที่โล่งห่างไกลคน และมีการระบายอากาศที่ดีเปิดประตูออกทั้งหมด








ขณะทำความสะอาดให้สวมหน้ากากกันฝุ่นชนิดที่กรองสปอร์ของเชื้อรา ฉีดพ่นสเปรย์น้ำส้มสายชูไปตามบริเวณที่มีราขึ้นภายในรถ ฉีดให้ทั่วแล้วทิ้งไว้ ต้องระวังอย่าสูดดม หรือให้ปลิวเข้าตา ความเป็นกรดของน้ำส้มสายชูจะฆ่าเชื้อรา และจะระเหยหมดไปเองโดยไม่มีสารตกค้าง เมื่อระเหยหมดแล้วอาจฉีดสเปรย์ซ้ำอีกรอบเพื่อให้มั่นใจว่าฆ่าเชื้อราได้อย่างสิ้นซาก!!! ถ้าเห็นว่ามีคราบเชื้อราที่ตายแล้วติดอยู่ตามพื้นผิวก็ใช้ผ้าชุบน้ำยาทำความสะอาดเช็ดออกและทิ้งผ้านั้นไป ถ้าเป็นเผ้ากำมะหยี่อาจต้องใช้แปรงพลาสติคขัดและใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดออก ควรสวมหน้ากากกันฝุ่นตลอดเวลา เพราะเศษซากของเชื้อราที่ตายแล้วถ้าหายใจเข้าไปก็อาจทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ได้

หลังจากจัดการเรียบร้อยแล้ว ช่วงแรกนี้ให้หมั่นตรวจสอบว่ามีความชื้น หรือเชื้อราเกิดขึ้นที่อื่นที่มองไม่เห็นหรือไม่ เพราะความชื้นจะค่อย ๆ ออกมา เชื้อราจะใช้เวลา 24-50 ชั่วโมงในการเจริญเติบโต ถ้าขึ้นอีกให้ทำซ้ำในวิธีการเดิม ในช่วงนี้อาจจะต้องนำรถไปจอดตากแดดเพื่อไล่ความชื้นอาจใช้ไดร์เป่าผมช่วยเป่าอีกแรง สำหรับการทำความสะอาดวัสดุที่ผิวแข็ง

สุดท้ายสิ่งสกปรกในรถยนต์ ใช้ว่าจะมีเพียงแต่ตาเห็น! หรือมองไม่เห็นใช่จะหมายความว่าไม่มี ทางที่ดีป้องกันไว้ หมั่นทำความสะอาดภายในห้องโดยสาร อย่าให้ความสำคัญกับความสวยงามภายนอกเพียงอย่างเดียวเพราะมันอาจหมายความถึงโรคหรืออาการทรมานไม่มีที่สิ้นสุด

ทั้งหมดที่ว่ามาหากขี้เกียจ ไม่มีอารมณ์ หรือไม่มีเวลา คงต้องพึ่งศูนย์บริการด้านคาร์แคร์แล้วล่ะครับ

สนใจ..รถยนต์มือสองคุณภาพ รถมือสองอุบล ศูนย์รวมรถมือสอง ตลาดรถมือสอง

"นึกถึงรถ  นึกถึงเรา"

ท่านสามารถเลือกดูและติดตามข่าวสารได้กับอุบลออโต้ .ได้ที่ http://www.ubonauto.com/
และสามารถติดตามเฟสบุ๊ก ได้ที่
อุบลออโต้คลับ https://www.facebook.com/UbonAuto?ref=hl
พบ รถมือสอง คุณภาพเยี่ยมที่อุบลออโต้ 

วันเสาร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2557

ระวัง กุญแจผี แบบใหม่ ไขประตูและสตาร์ทได้ภายในพริบตา



เปิดประตูรถได้ภายในพริบตา
ข้อมูลจากคลิป กุญแจผี

ระวัง กุญแจผี แบบใหม่ ไขประตูและสตาร์ทได้ภายในพริบตา


ขณะนี้มีคลิปวีดีโอคลิปหนึ่งระบาดหนักมากครับ คือคลิป กุญแจผี ที่สามารถไขประตูและสตาร์ทรถยนต์ได้ในเวลาเพียงชั่วพริบตาเท่านั้นครับ ส่งผลให้ชาวไทยตื่นตัว และหวาดกลัวกันอย่างมากครับ

คลิป กุญแจผี ดังกล่าว ถูกแชร์กันอย่างครึกโครม ภายใต้ชื่อ “ระวัง ตอนนี้ กุญแจขโมยรถแบบใหม่ระบาดแล้ว” ซึ่งตลอดระยะเวลา 1.09 นาที ก็เป็นการเผยให้เห็นภาพการปลดล็อคประตูด้วยกุญแจผีแบบใหม่ ที่มีขนาดเล็กและกลไลการทำงานที่เรียบง่าย เพียงบิดสลักราว 3-4 ครั้ง ก็สามารถปลดล็อคประตูได้อย่างง่ายดาย ทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถเข้าไปในตัวรถเพื่อขโมยสิ่งของต่างๆได้อย่างง่ายดายและไร้ร่องรอยการงัดแงะ นอกจากนี้กุญแจดังกล่าวยังใช้สตาร์ทรถได้ด้วยวิธีเดียวกันนี้อีกด้วย




สตาร์ทรถได้อีกด้วย
หลังจากคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป

ต้องบอกตามตรงครับว่า คลิป กุญแจผี แบบใหม่นี้ สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวโซเชี่ยลบ้านเราไม่น้อย ด้วยเหตุที่เกรงว่าพวกมิจฉาชีพ จะทำการโจรกรรมรถยนต์ได้ง่ายขึ้น แต่ก็มีกลุ่มในโซเชี่ยลบางกลุ่มที่เผยว่าไม่กลัวกุญแจดังกล่าว เพราะรถยนต์คันที่อยู่ในคลิป เป็นรถยนต์พวงมาลัยซ้าย จึงสรุปกันไปว่า กุญแจดังกล่าวเป็นของต่างประเทศ

เพื่อนๆที่ยังไม่ได้รับชมคลิปวีดีโอดังกล่าวสามารถรับชมได้ที่นี่ครับ




แต่ให้ผมเรียนตามตรง ผมคงต้องบอกว่าน่ากลัวครับ ถึงจะเป็นคลิปต่างประเทศ หากมิจฉาชีพเห็นช่องทางแล้ว เชื่อเถอะครับว่า อีกไม่นานกุญแจดังกล่าวจะเข้ามาอยู่ในเมืองไทยแน่นอน แต่ก็มีผู้เชี่ยวชาญบางท่านออกมาบอกว่ากุญแจดังกล่าว ไม่สามารถสตาร์ทเครื่องยนต์ที่มีระบบ Immobilizer ได้ แต่ถึงสตาร์ทไม่ได้ หากเค้าเข้ามาในรถเราได้ก็แย่แล้วครับ ยังไงฝากเพื่อนๆระวังกันไว้ด้วยนะครับ



สนใจ..รถยนต์มือสองคุณภาพ รถมือสองอุบล ศูนย์รวมรถมือสอง ตลาดรถมือสอง



สนใจ..รถยนต์มือสองคุณภาพ รถมือสองอุบล ศูนย์รวมรถมือสอง ตลาดรถมือสอง

"นึกถึงรถ  นึกถึงเรา"

ท่านสามารถเลือกดูและติดตามข่าวสารได้กับอุบลออโต้ .ได้ที่ http://www.ubonauto.com/
และสามารถติดตามเฟสบุ๊ก ได้ที่
อุบลออโต้คลับ https://www.facebook.com/UbonAuto?ref=hl
พบ รถมือสอง คุณภาพเยี่ยมที่อุบลออโต้ 

วันพฤหัสบดีที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2557

จากคลิปดัง เปิดประตูรถควรระวัง อาจฆ่าคนโดยไม่รู้ตัว

เปิดประตูรถควรระวัง อาจฆ่าคนโดยไม่รู้ตัว

เมื่อวันที่ 9 กันยายน ผมได้เห็นคลิปๆนี้ พร้อมกับความสลดหดหู่ทันทีหลังจากที่รับชมครับ คลิปดังกล่าวมีการแชร์กันกระหึ่มบนโลกอินเตอร์เน็ต โดยใช้ชื่อคลิปว่า อุทาหรณ์ เปิดประตูรถควรระวัง อาจฆ่าคนตายโดยไม่รู้ตัว ผมจึงคิดว่าหากนำมาให้เพื่อนๆได้รับชมกัน อาจจะช่วยลดอุบัติเหตุได้อีกแรงนึงครับ




จังหวะที่เปิดประตูครับ
เหตุการณ์จากคลิป อุทาหรณ์ เปิดประตูรถควรระวัง อาจฆ่าคนตายโดยไม่รู้ตัว

เหตุการณ์ในคลิป เปิดประตูรถควรระวังนี้ ได้เผยให้เห็นภาพรถกระบะคันหนึ่งที่จอดเทียบอยู่ข้างทางในซอยแคบๆซอยหนึ่ง จากนั้นก็มีรถมอเตอร์ไซค์ ขับมาด้วยความเร็วปกติ ไม่ได้ขับซิ่งแต่อย่างใดเลยนะครับ แต่คนขับรถกระบะกลับเปิดประตูแบบไม่ได้ดูหน้าดูหลังก่อน เป็นเหตุให้ประตูรถตีเข้าคนขับมอเตอร์ไซค์อย่างจัง มอเตอร์ไซค์จึงล้มลงและในจังหวะเดียวกันนี้ดันมีรถขับสวนมาพอดิบพอดี จึงทับและลากร่างของคนขับมอเตอร์ไซค์ติดไปอีกด้วย



หลังจากโดนทับ

เหตุการณ์หลังจากนั้นที่เราเห็นกันก็มีเพียงแค่ร่างของคนขับมอเตอร์ไซค์ ที่นอนแน่นิ่งกับพื้นตลอดระยะเวลาของคลิปที่เหลืออยู่ ซึ่งตัวผมเองก็พยายามเสาะหาข้อมูลตามแหล่งข่าวต่างๆ เพื่อจะนำอาการของผู้บาดเจ็บมารายงานให้เพื่อนๆได้ทราบกัน แต่ยังไม่พบจริงๆครับ ว่าผู้บาดเจ็บเจ็บหนักมากรึเปล่า หรือเสียชีวิตหรือไม่ หากมีข้อมูลเพิ่มเติมทางเราจะรีบนำมารายงานทันทีนะครับ

สำหรับเพื่อนๆที่ยังไม่ได้ชมคลิปดังกล่าวสามารถรับชมได้ที่นี่ครับ
สุดท้ายนี้ผมอยากบอกว่า คำว่า อุทาหรณ์ ที่ใช้เป็นชื่อคลิป เป็นคำที่ดีมากๆครับ เพราะเพื่อนๆที่ดูคลิปดังกล่าวแล้ว หลายๆคนน่าจะจำไว้เป็นอุทาหรณ์ก่อนที่จะเปิดประตูรถทุกครั้งอย่างแน่นอน ยังไงผมขอแรงของเพื่อนๆช่วยกันป้องกัน ระวังภัยด้วยนะครับ เพื่อเป็นการช่วยลดอุบัติเหตุ และสร้างความสุขบนท้องถนนครับ


สนใจ..รถยนต์มือสองคุณภาพ รถมือสองอุบล ศูนย์รวมรถมือสอง ตลาดรถมือสอง

"นึกถึงรถ  นึกถึงเรา"

ท่านสามารถเลือกดูและติดตามข่าวสารได้กับอุบลออโต้ .ได้ที่ http://www.ubonauto.com/
และสามารถติดตามเฟสบุ๊ก ได้ที่
อุบลออโต้คลับ https://www.facebook.com/UbonAuto?ref=hl
พบ รถมือสอง คุณภาพเยี่ยมที่อุบลออโต้ 

วันพุธที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2557

สูตรเด็ด วิธีแก้ไขอาการ สายตาพร่ามัว ขณะขับรถ



เชื่อว่าหลายคนที่ต้องขับรถเป็นประจำทุกวัน ต้องเคยใจหายใจคว่ำกับอาการ สายตาพร่ามัว หรือตาบอดชั่วคราว ขณะที่กำลังขบรถอยู่ใช่ไหมครับ นอกจากนี้ อุบัติเหตุมากมายยังเกิดมาจากอาการดังกล่าวอีกด้วย วันนี้เรามาดูสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการ และวิธีแก้ไขกันครับ




คนไทยจำนวนมากมีอาการสายตาพร่ามัว
สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการ สายตาพร่ามัว ขณะขับรถ

ประการแรก แสงไฟจากรถที่วิ่งสวนทางกันในเวลากลางคืน นี่คือสาเหตุหลักๆที่ทำให้เกิดอาการ สายตาพร่ามัว อันดับแรกๆเลยครับ เพราะมันจะทำให้เพื่อนๆมองเห็นถนนไม่ชัด บางครั้งจะเห็นเหมือนคนข้ามถนนตัดหน้ารถ ซึ่งนี่อาจทำให้ตกใจสะดุ้ง จนเผลอไปเหยียบเบรค จนอาจจะทำให้เสียหลักหรือถ้ามีรถตามหลังมาก็อาจจะชนท้ายเราได้




รถเปิดไฟสวนทางเวลากลางคืน คือสาเหตุหลักๆ

ประการที่สอง ขับรถในที่ที่มีแสงสว่างไม่สม่ำเสมอ เช่น ลอดอุโมงค์เป็นเวลานานๆ พอเจอแสง สายตาจะปรับสภาพไม่ทัน ก็ส่งผลให้สายตามีปัญหาได้เช่นกันครับ

ประการที่สาม ขับรถช่วงฝนตกหนักในยามค่ำคืน อาจส่งผลให้กระจกรถเป็นฝ้า ทำให้มองเห็นเส้นทางได้ลำบาก ก็ส่งผลเสียต่อสายตาเราได้อีกเช่นกันครับ




ฝนตกหนัก เกิดฝ้า ทำลายสายตา
วิธีแก้ไขอาการ สายตาพร่ามัว ขณะขับรถ

อย่างที่ผมบอกไปครับว่า หากเกิดอาการดังกล่าวแล้ว เพื่อนๆเหยียบเบรคกระทันหัน จะส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุได้ ดังนั้นผมขอแนะนำให้เปิดไฟหน้า และใช้แตร เพื่อเตือนบอกให้รถคันอื่นได้รู้ถึงตำแหน่งของเรา จากนั้นให้ชะลอลดความเร็ว แทนการหยุดรถกะทันหัน แต่ก็ไม่ควรชิดคันหน้ามากเกินไป ให้เว้นระยะห่างจากคันหน้าให้อยู่ในระยะที่รถเราเบรกได้ปลอดภัยด้วยเช่นกัน




อย่าเบรคกระทันหันเด็ดขาด



กรณีที่มีอาการตาพร่า จากไฟของรถที่สวนทางมา ให้เราอาศัยดูเส้นขอบทางของเลนเราเป็นตัวกำหนดเป็นแนว ในการขับรถต่อไป แต่ถ้าอาการแย่มากหรือรู้สึกว่าขับต่อไปไม่ได้ ให้จอดเลี่ยงหลบริมทางที่ปลอดภัย แล้วลองพักสายตา ซัก 15 – 30 นาที ถ้าอาการดีขึ้นค่อยกลับไปขับรถต่อครับ


พักสายตาซักนิด

สนใจ..รถยนต์มือสองคุณภาพ รถมือสองอุบล ศูนย์รวมรถมือสอง ตลาดรถมือสอง

"นึกถึงรถ  นึกถึงเรา"

ท่านสามารถเลือกดูและติดตามข่าวสารได้กับอุบลออโต้ .ได้ที่ http://www.ubonauto.com/
และสามารถติดตามเฟสบุ๊ก ได้ที่
อุบลออโต้คลับ https://www.facebook.com/UbonAuto?ref=hl
พบ รถมือสอง คุณภาพเยี่ยมที่อุบลออโต้ 

วันจันทร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2557

BMW Xpo 2014 เปิดตัว 2 รุ่นใหม่ครั้งแรกในไทย

BMW Xpo 2014 เปิดตัว 2 รุ่นใหม่ครั้งแรกในไทย


ข่าวในประเทศ-ค่ายรถหรูใบพัดสีฟ้าเตรียมเผยโฉมนวัตกรรมยานยนต์ล่าสุด สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู X4 xDrive20d M Sport และ 420i Gran Coupé M Sport โดยมีคิวเปิดตัวในประเทศไทยเป็นครั้งแรกในงาน BMW Xpo 2014 ซึ่งจัดแสดงระหว่างวันที่ 11-14 กันยายนนี้ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์







รายงานจาก บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ระบุว่าเตรียมเผยโฉมนวัตกรรมแห่งยนตรกรรมล่าสุด บีเอ็มดับเบิลยู X4 xDrive20d M Sport และ 420i Gran Coupé M Sport ที่จะเปิดตัวในประเทศไทยเป็นครั้งแรกในงาน BMW Xpo 2014 ซึ่งจัดแสดงนวัตกรรมและการดีไซน์แห่งยนตรกรรมระดับหรู พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ ระหว่างวันที่ 11-14 กันยายน พ.ศ. 2557 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู X4 xDrive20d M Sport คือส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างฟีเจอร์เด่นของยนตรกรรมบีเอ็มดับเบิลยูตระกูล X พร้อมกับความสง่างามปราดเปรียวของดีไซน์แบบคูเป้สุดคลาสสิก ชุดแต่ง M Sport มอบความโฉบเฉี่ยวทั้งภายนอกและภายในให้กับบีเอ็มดับเบิลยู X4 โดยตัวถังที่ได้รับการเพิ่มเติมให้ลู่ลมด้วยชุดแต่ง M Aerodynamic รวมถึงเส้นสาย High-gloss Shadow Line ของดีไซน์ภายนอก และล้ออัลลอยน้ำหนักเบาพิเศษแบบ M Sport ขนาด 19 นิ้ว มอบภาพลักษณ์ดีไซน์สปอร์ตควบคู่ไปกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ xDrive ที่เพิ่มความสนุกสนานยามขับขี่ พร้อมใส่ใจการดีไซน์ในทุกรายละเอียดด้วยพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหุ้มด้วยหนังแท้สไตล์สปอร์ตแบบ M, เบาะนั่งแบบ Sport และการตกแต่งภายในด้วยวัสดุอะลูมิเนียม บรัช มอบความรู้สึกสไตล์สปอร์ตอย่างสมบูรณ์แบบ







ด้านพละกำลังขับเคลื่อนด้วยขุมพลังดีเซล 2.0 ลิตร ผลิตจากวัสดุอะลูมิเนียมมอบกำลัง 190 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที โดยมีแรงบิดสูงสุดถึง 400 นิวตันเมตร ส่งผลให้บีเอ็มดับเบิลยู X4 xDrive20d M Sport พุ่งทะยานจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 8 วินาที ยนตรกรรมใหม่ล่าสุดนี้มาพร้อมกับชุดเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดได้ซึ่งมอบประสิทธิภาพการประหยัดเชื้อเพลิงถึง 20 กิโลเมตรต่อลิตร โดยมีการปล่อยก๊าซ CO2 เพียง 131 กรัมต่อกิโลเมตรเท่านั้น

ขณะที่ บีเอ็มดับเบิลยู 420i Gran Coupé M Sport มาพร้อมดีไซน์ 4 ประตู, พื้นที่เก็บสัมภาระที่กว้างขวางยิ่งขึ้นและรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวหรูหราตามแบบฉบับของบีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 4 คูเป้ การออกแบบสไตล์สปอร์ตมาพร้อมฟีเจอร์มาตรฐานต่างๆ ได้แก่ระบบควบคุมช่วงล่างแบบ Adaptive M, เบาะนั่งแบบ 4+1 รวมถึงพื้นที่ว่างบริเวณศีรษะที่เพิ่มมากขึ้น ระบบปิดฝากระโปรงหลังแบบอัตโนมัติ พื้นที่เก็บสัมภาระที่กว้างขวาง และที่นั่งแบบแยกพับ 40:20:40 ด้วยอรรถประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นมากมาย พร้อมคงสมรรถนะแห่งการขับขี่อันทรงพลังเหนือใครด้วยการควบคุม Driving Experience Control ให้ผู้ขับขี่สามารถปรับโหมดการขับขี่ได้ตามสไตล์ที่ต้องการ เพิ่มสุนทรียในทุกจังหวะของการเดินทาง







นอกจากนี้ ภายในงาน BMW Xpo 2014ยังมีการจัดแสดงยนตรกรรมหรูบีเอ็มดับเบิลยูรุ่นอื่นๆ รวม 11 รุ่น อาทิ บีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive30d M Sport, บีเอ็มดับเบิลยู X1 sDrive18i xLine, บีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive20d Highline, บีเอ็มดับเบิลยู 528i M Sport และนวัตกรรมแห่งอนาคต บีเอ็มดับเบิลยู i8 สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ได้รับการจัดแสดงมากถึง 8 รุ่น ในจำนวนนี้รวมมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยูสัญชาติไทยทั้งสองรุ่นได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู F 800 R และบีเอ็มดับเบิลยู F 800 GS


สนใจ..รถยนต์มือสองคุณภาพ รถมือสองอุบล ศูนย์รวมรถมือสอง ตลาดรถมือสอง

"นึกถึงรถ  นึกถึงเรา"

ท่านสามารถเลือกดูและติดตามข่าวสารได้กับอุบลออโต้ .ได้ที่ http://www.ubonauto.com/
และสามารถติดตามเฟสบุ๊ก ได้ที่
อุบลออโต้คลับ https://www.facebook.com/UbonAuto?ref=hl
พบ รถมือสอง คุณภาพเยี่ยมที่อุบลออโต้