วันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ฝนตก ไม่ล้างรถ ความเชื่อที่ผิด!


ฝนตก ไม่ล้างรถ ความเชื่อที่ผิด!!



หลังจากที่แดดแผดเผาเจ้ารถคันเก่งอย่างทรมานมาเป็นเวลานาน ช่วงนี้ก็มีฝนตกให้ได้ชุมฉ่ำกันแทบทุกวันแล้ว แต่เมื่อฝนจากไป มันกลับทิ้งคราบไว้บนรถของเรา ทั้งๆที่เพิ่งล้างมาเอง จึงเกิดความเชื่อที่ว่า ฝนตก ไม่ล้างรถ เพราะเดี๋ยวมันก็ตกใหม่ นั่น คือลางร้ายแล้วครับ






อันตรายจากน้ำฝน

หลายคนคงสงสัยว่า จะล้างไปทำไม ก็แค่คราบเลอะ ล้างคราบออก เดี๋ยวก็เลอะอีก ถูกต้องครับ เลอะอีกแน่นอน แต่เดี๋ยวมาดูอันตรายที่อยู่ในน้ำฝนกันก่อนครับ ในนํ้าฝนจะมีฝุ่นละออง , ควัน , สารเคมีปนเปื้อน รวมไปถึงความเป็นกรดอ่อนๆที่มีอยู่ในตัวนํ้าฝนเอง ซึ่งสิ่งเจือปนต่างๆเหล่านี้ มีสรรพคุณในการทำลายสีรถของเราได้เป็นอย่างดีครับ นอกจากนี้ยังมีในเรื่องของความชื้น ที่จะไปก่อให้เกิดคราบฝังที่ล้างออกยากและก่อให้เกิดน้องหนิมอีกด้วยครับ





ล่องลอยที่เกิดขึ้นจากน้ำฝน
ฝนตก ไม่ล้างรถ จะเป็นยังไง

ก็ต้องยอมรับครับว่า ในช่วงที่ในตกทุกวันแบบนี้ หากจะให้มาล้างรถทุกวันคงไม่ไหวแน่ เพราะผมเองก็เป็นหนึ่งคนที่ต้องจอดรถ และขับรถ ตากฝนทุกวันเหมือนกันครับ หากจะให้มานั่งล้างรถหลังเลิกงานทุกวันก็แย่ครับ ไม่เหนื่อยตาย ก็คาร์แคร์รวยไปก่อนพอดีครับ แต่หาก ฝนตก ไม่ล้างรถ เลยมันก็จะเจอกับสิ่งที่ผมกล่าวไปข้างต้น ถ้าอย่างนี้แนะนำให้ทำแบบผมครับ


หากไม่มีเวลา ฉีดน้ำไล่เอาก็เพียงพอครับ

ในวันที่ไม่มีเวลาจะล้างรถจริงๆ ให้เพื่อนๆ ใช้การฉีดน้ำสะอาดไล่ไปให้ทั่วรถ คือการฉีดไล่น้ำฝนที่เกาะอยู่บนรถออกให้หมดนั่นเองครับ จากนั้นก็เช็ดให้แห้งทุกซอกทุกมุม เพียงเท่านี้ก็ช่วยถนอมรถยนต์คันโปรดของเราจากน้ำฝนได้แล้วครับ


อย่าลืมใช้ผ้าเช็ดรถ เช็ดแห้งให้เรียบร้อยนะครับ

แต่หากมีเวลาและสมควรแก่เวลาในการล้างก็ล้างเลยนะครับ อย่าคิดว่าเดี๋ยวก็เลอะอีก สำคัญที่สุด ห้ามเช็ดแห้งโดยไม่ฉีดน้ำไล่ก่อนเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นฝุ่นละอองที่เกาะอยู่ในคราบน้ำฝน โคลน ทราย มันจะทำลายสีรถของเพื่อนๆให้เกิดรอยแน่ๆครับ และทางที่ดีหากมีเวลาล้างแบบเต็มขั้นตอนก็เคลือบสีเพื่อช่วยปกป้องสีรถไปด้วยเลยนะครับ




สนใจ..รถยนต์มือสองคุณภาพ รถมือสองอุบล ศูนย์รวมรถมือสอง ตลาดรถมือสองท่านสามารถเลือกดูและติดตามข่าวสารได้กับอุบลออโต้ .ได้ที่ http://www.ubonauto.com/
และสามารถติดตามเฟสบุ๊ก ได้ที่
อุบลออโต้คลับ https://www.facebook.com/UbonAuto?ref=hl
พบ รถมือสอง คุณภาพเยี่ยมที่อุบลออโต้ 

วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2557

คลิป ทดสอบชน !! New Honda Jazz


ทดสอบชน New Honda Jazz พร้อมคลิป

ปฏิเสธไม่ได้หรอกครับว่า New Honda Jazz เป็นรถยนต์ที่หลายๆคน ชื่นชอบในรูปลักษณ์ดีไซน์ และสมรรถนะที่คุ้มค่า คุ้มราคาของมัน แต่เพื่อนๆรู้หรือไม่ครับ ว่า 2015 Honda Jazz หรือ Fit มันให้ความปลอดภัย จากการชนเป็นเลิศด้วยนะครับ


การทดสอบการชนของ New Honda Jazz

การทดสอบการชนแบบเยื้องหรือ small overlap front crash test ของ หน่วยงานรับประกันความปลอดภัยบนถนนหลวงของสหรัฐอเมริกา หรือ IIHS จะให้รถเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 64 กม./ชม. พุ่งเข้าชนสิ่งกีดขวางที่ด้านหน้าเยื้อง 25% ถือเป็นการทดสอบที่โหดมากครับ
















การชนแบบ 25 เปอร์เซ็นต์

เนื่องจากก่อนหน้านี้ Honda Jazz ตัวก่อน ได้สร้างผลงานไว้อยู่ที่ระดับแย่ครับ เนื่องจากชุดเหล็กรับแรงกระแทกเกิดหักในระหว่างการทดสอบ ทำให้แรงชนนั้นเข้าตัวถังรถเต็มๆ ในครั้งนี้ ทีมวิศกรของ Honda ได้ปรับปรุงความแข็งแกร่งของคานกันชนหน้า ให้กับ New Honda Jazz ผลลัพธ์ที่ออกมา คือ พวกเค้าได้เรตติ้ง Top Safety Pick มาครองครับ



หลังทำการทดสอบ


หลังจากที่รถยนต์อย่าง นิว ฮอนด้า แจ๊ส ได้ Top Safety Pick มาครองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พวกเค้าได้เผยว่า จะทำการเรียกคืน ฮอนด้า แจ๊ส ที่จำหน่ายในช่วงต้นปี ในอเมริกา เพื่อเปลี่ยนคานกันชนราว 12,000 คัน อีกด้วยครับ อย่างไรก็ดี ยังมีผู้เชี่ยวชาญอีกหลายคนที่บอกว่า การชนแบบ 25 เปอร์เซ็นต์นี้ มันไม่สมจริง ควรเป็นแบบ 40 เปอร์เซ็น จะสมจริงมากกว่า
เพื่อนลองดูคลิปทดสอบการชนที่นี่ก่อนครับ
แต่สำหรับผม การชน 25 เปอร์เซ็นต์เป็นอะไรที่สุดยอดครับ เพราะหากคุณผ่านการชน 25 เปอร์เซ็นต์ไปได้ อีก 40 – 50 -60 ก็ไม่น่าใช่ปัญหา การทดสอบยิ่งโหด มันก็ยิ่งเป็นประโยชน์ต่อคนใช้รถใช้ถนนไม่ใช่หรือ คุณผู้เชี่ยวชาญ


สนใจ..รถยนต์มือสองคุณภาพ รถมือสองอุบล ศูนย์รวมรถมือสอง ตลาดรถมือสองท่านสามารถเลือกดูและติดตามข่าวสารได้กับอุบลออโต้ .ได้ที่ http://www.ubonauto.com/
และสามารถติดตามเฟสบุ๊ก ได้ที่
อุบลออโต้คลับ https://www.facebook.com/UbonAuto?ref=hl
พบ รถมือสอง คุณภาพเยี่ยมที่อุบลออโต้ 

วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ราคาน้ำมันลง เกือบ 4 บาท เริ่ม 29 สิงหาคม


ราคาน้ำมันลง เกือบ 4 บาท เริ่ม 29 สิงหาคม

นี่คือข่าวใหญ่เลยนะครับ เมื่อมีกระแสข่าวว่า มีการสั่งปรับ ราคาน้ำมันลง ซึ่งไม่ได้ลงกัน 30 – 40 สตางค์เหมือนครั้งก่อนๆ แต่ครั้งนี้ว่ากันด้วย 1 บาท ไปจนเกือบ 4 บาทครับ ซึ่งจะปรับใช้หลังเที่ยงคืนวันนี้ครับ จริงหรือไม่มาติดตามไปพร้อมกันครับ


ราคาน้ำมันลง เพราะอะไร
จากรายงานข่าว ได้มีการแจ้งว่า สาเหตุที่ ราคาน้ำมันลง เป็นเพราะว่า พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. ได้กล่าวในที่ประชุม ร่วมกับ คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน ให้มีการพิจารณาปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เนื่องจากขณะนี้ราคาน้ำมันในตลาดโลก ปรับลดลง นั่นเองครับ


ราคาน้ำมันย้อนหลัง
แล้วลดลงเท่าไหร่กันบ้าง
จากการรายงานของสายข่าว ทำให้เราได้ทราบข้อมูลอย่างละเอียดว่า การปรับลดลงในครั้งนี้ เป็นการปรับลดลงเกือบทั้งหมด เว้นแต่ดีเซล ตามนี้ครับ เบนซิน 95 จะปรับลดลงลิตรละ 3.89 บาท แก๊สโซฮอล์ 95 ปรับลงลิตรละ 2.12 บาท แก๊สโซฮอล์ 91 ปรับลงลิตรละ 1.86 บาท E20 ปรับลงลิตรละ 1.00 บาท ส่วนดีเซล งงหน่อยครับ เพราะเค้าปรับเพิ่มลิตรละ 0.14 บาท เฉยเลย
ลดลงขนาดนี้จริงหรือ
จากการรายงานของสายข่าวผมคิดว่ามีความเป็นไปได้สูงครับ เพราะ มีรายงานว่า กรมธุรกิจพลังงานได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ ตรวสอบสต็อคน้ำมันของผู้ค้าน้ำมันทั่วประเทศ และให้ผู้ค้าน้ำมันปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันหลังเที่ยงคืนวันนี้


อยากเห็นแบบนี้ครับ

แต่ผมก็ยังไม่มั่นใจ จึงตามไปดูต่อ แล้วก็ได้พบสิ่งนี้ครับ นายพงษ์ชัย ชัยจิรวิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานด้านธุรกิจการตลาด บมจ.บางจากปิโตรเลียม ยอมรับว่า ในเบื้องต้นได้รับคำสั่งจากกรมธุรกิจพลังงานให้ผู้ค้าน้ำมันปรับลดราคาขายปลีกกลุ่มเบนซินในวันที่ 28 ส.ค. แต่คงต้องรอการตรวจสอบสต๊อกและการแจ้งอย่างเป็นทางการอีกครั้งนึงก่อน จึงจะทราบราคาที่จะปรับลดลงได้ ทั้งนี้ตัวเลขที่ปรับก็น่าจะใกล้เคียงกับที่เผยแพร่ในโซเชียลนี่แหละครับ

ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง พวกเราก็มีสิทธิ์ได้เฮครับ แต่จะได้เฮยาวๆรึเปล่า หรือว่าเฮ 2 วัน เศร้า 10 วัน ต้องติดตามกันดูครับ หลังเที่ยงคืนนี้รู้กันแน่ แต่หนึ่งสิ่งที่ผมยังงงอยู่ก็คือ ดีเซลปรับขึ้น นั่นแหละครับ



สนใจ..รถยนต์มือสองคุณภาพ รถมือสองอุบล ศูนย์รวมรถมือสอง ตลาดรถมือสองท่านสามารถเลือกดูและติดตามข่าวสารได้กับอุบลออโต้ .ได้ที่ http://www.ubonauto.com/
และสามารถติดตามเฟสบุ๊ก ได้ที่
อุบลออโต้คลับ https://www.facebook.com/UbonAuto?ref=hl
พบ รถมือสอง คุณภาพเยี่ยมที่อุบลออโต้ 

วันอังคารที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ตรวจรถชนหนัก แก้สวมซาก - "ขนส่ง"เร่งคลอดกฎหมาย

ตรวจยิบรถชนหนัก แก้สวมซาก - "ขนส่ง"เร่งคลอดกฎหมายดัดหลัง

รายงานพิเศษ
เร่งออกกฎหมายป้องกันสวมทะเบียนซากรถ ขนส่งทางบกดัดหลังรถโจร-นำเข้าเลี่ยงภาษี ที่ซื้อซากรถมาสวมทะเบียน เร่งยกร่างเสนอรบ. คาดใช้ทันปลายปีนี้ เผยมาตรการเข้มรถที่ชนหนักมาต่อทะเบียนต้องนำหลักฐานมาแสดง และปั๊มตราว่าเคยชนหนัก
นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ขณะนี้ กรม กำลังเร่งยกร่างกฎกระทรวง งดรับจดทะเบียนรถที่เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง หรือที่มีสภาพความเสียหายสิ้นเชิงจนไม่สามารถซ่อมแซมให้ปลอดภัยตามเดิมได้ เพื่อใช้เป็นมาตรการสกัดกั้นไม่ให้กลุ่มมิจฉาชีพนำรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงมาปลอมแปลง หรือสวมทะเบียน กับรถที่ได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เช่น ได้จากการโจรกรรม หรือลักลอบนำเข้า
คาดว่ากฎกระทรวง จะเริ่มบังคับใช้ได้ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งหากบังคับใช้แล้ว ทะเบียนรถที่เสียหายร้ายแรงจนซ่อมไม่ได้ หรือถูกตีเป็นซากรถ จะยกเลิกออกไปจากระบบอย่างเด็ดขาด ซึ่งขั้นตอนขณะนี้กำลังเร่งพิจารณายกร่างให้เสร็จภายใน 1 เดือน จากนั้นเสนอกระทรวงคมนาคม สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และขอความเห็นชอบจาก ครม.ก่อนบังคับอย่างเป็นทางการ
"ยอมรับว่าที่ผ่านมายังมีช่องโหว่ในการรับจดทะเบียนรถที่เสียหายร้ายแรงอยู่ โดยเฉพาะกรณีซากรถที่บริษัทประกันภัยได้ประเมิน จ่ายค่าชดเชย และโอนทะเบียนคืนให้ประกันฯแล้ว จากนั้นมีการนำทะเบียนของซากรถไปขายต่อให้ผู้สนใจที่นำรถไม่มีป้ายทะเบียน ซึ่งส่วนใหญ่ได้มาอย่างผิดกฎหมาย เช่น โจรกรรม หรือนำเข้าหนีภาษี แต่เป็นรุ่นเดียวกัน สีเดียวกัน มาสวมทะเบียนต่อเพื่อใช้งานได้อย่างถูกต้อง"
พฤติกรรมดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่ซื้อรถต่อ ได้รถที่ผิดกฎหมาย รวมถึงสร้างปัญหาให้กับทางราชการในการกำกับดูแลความปลอดภัย การสูญเสียรายได้จัดเก็บภาษี และอาจเกิดอาชญากรรมด้วย
ระหว่างที่กฎกระทรวงยังไม่ได้บังคับใช้ กรมการขนส่งทางบกออกมาตรการให้สำนักงานขนส่งทุกแห่งเข้มงวดการดำเนินการทางทะเบียนกับรถที่ได้แจ้งหยุดใช้งาน เนื่องจากประสบอุบัติเหตุและนำกลับมาจดทะเบียนใช้งานใหม่ โดยรถที่ผ่านการซ่อมแซมหรือแก้ไขดัดแปลงสภาพตัวรถ เจ้าของจะต้องนำรถเข้ารับการตรวจสภาพ ณ สำนักงานขนส่งจังหวัด พร้อมแนบเอกสารสำคัญที่ลงลายมือชื่อเจ้าของรถทุกฉบับด้วย




ขณะเดียวกันต้องแนบหลักฐานการได้มาของชิ้นส่วนสำคัญต่างๆ ทั้งใบเสร็จค่าซ่อมรถ สำเนาบันทึกแจ้งความเกี่ยวกับการเกิดอุบัติเหตุ หรือภาพถ่ายของรถหลังเกิดเหตุ หนังสือรับรองจากวิศวกรผู้ควบคุมการซ่อมแซม พร้อมภาพถ่ายรถขณะซ่อมแซม ซึ่งถ้าผ่านการตรวจสภาพ และนายทะเบียนอนุญาตให้ใช้รถแล้วจะประทับตรารถ ซ่อมแซมหรือแก้ไขดัดแปลงจากรถที่เกิดอุบัติเหตุไว้ในคู่มือ จดทะเบียนรถ

สนใจ..รถยนต์มือสองคุณภาพ รถมือสองอุบล ศูนย์รวมรถมือสอง ตลาดรถมือสองท่านสามารถเลือกดูและติดตามข่าวสารได้กับอุบลออโต้ .ได้ที่ http://www.ubonauto.com/
และสามารถติดตามเฟสบุ๊ก ได้ที่
อุบลออโต้คลับ https://www.facebook.com/UbonAuto?ref=hl
พบ รถมือสอง คุณภาพเยี่ยมที่อุบลออโต้ 

วันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ความรู้เกี่ยวกับ Air Bag หรือ ถุงลมนิรภัย

ความรู้เกี่ยวกับ Air Bag หรือ ถุงลมนิรภัยจะ “นิรภัย” หรือ “มหาภัย” หรือ “ไร้ประโยชน์อันใด” ที่นี่มีคำตอบ




ระบบถุงลมนิรภัย สมัยนี้มีหลายใบ หลายตำแหน่ง เพื่อปกป้องให้ผู้โดยสารทุกที่นั่งเกิดความปลอดภัยสูงสุด แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เป็นอะไร ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอุบัติเหตุ แต่อย่างน้อย ด่านแรกคือ “คาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง” จะช่วยให้ปลอดภัยที่สุดครับ



ในรถยุคสมัยใหม่ ส่วนใหญ่แล้วก็จะต้องมีระบบความปลอดภัยในเชิง “ปกป้อง” กันแทบจะทุกรุ่น แม้รถระดับ City Car ที่เป็นตัว Top ก็มีระบบเซฟตี้ให้มาอยู่พอสมควร ถ้าเทียบกับรถรุ่นเก่า สมัยนั้นอุปกรณ์พวกนี้ยังไม่มี ยิ่งรถราคาประหยัดนั้นเลิกคุย เกิดอุบัติเหตุครั้งหนึ่งก็จะเจ็บมาก หรือเสียชีวิต ต่างกับสมัยปัจจุบัน แน่นอนครับ เมื่อมีอุปกรณ์สำหรับความปลอดภัยขึ้นมา เวลาเกิดอุบัติเหตุ โอกาสที่มนุษย์จะรอดชีวิต หรือบาดเจ็บน้อยลงจากการชนก็มีสูงขึ้น ถ้าเทียบกับรถรุ่นเก่าที่ไม่มีระบบป้องกันอะไรเลย นับว่าเป็นความโชคดี ที่วิวัฒนาการรถยนต์ก้าวหน้าขึ้นเรื่อย ๆ แต่คุณล่ะครับ ก้าวหน้ารู้ทันมันหรือยัง ???




ถุงลมนิรภัยแบบครบทุกตำแหน่ง ด้านข้างกระจก คือ Curtain Airbag เป็นเหมือน “ม่านกันกระแทก” ส่วนศรีษะและส่วนบนของร่างกาย ส่วนข้างเบาะ คือ Side Airbag กันกระแทกในส่วนข้างครึ่งกลางและล่างของร่างกาย ในภาพเป็นรถยนต์ค่าย LEXUS รถญี่ปุ่นยุคพัฒนา ที่ขึ้นชื่อในด้านความปลอดภัยเช่นกัน



รู้จักกับ Air Bag ถุงลมนิรภัย
เคยได้ยินกันนะครับ Air Bag หรือ ถุงลมนิรภัย ที่หลายคนฝากความหวังไว้กับมัน เวลาเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้น โดยปกติแล้ว เราจะไม่เห็นหน้าตามันหรอกครับ เพราะมันถูกเก็บในพวงมาลัยอย่างดี และถ้าเป็นถุงลมนิรภัยคู่ ด้านคนนั่งก็จะเก็บไว้ที่ใต้หน้าปัด เวลามีการชนรุนแรง ถุงลมจะพองตัวออกมาเพื่อ “รับหน้าท่านไว้” ไม่ให้ไปกระแทกกับพวงมาลัยหรือหน้าปัดตามแรงการชน แต่บอกไว้ก่อนนะครับ ถ้าอยากเห็นก็จง “ดูรูป” พอ ไม่ควรจะไปชนให้มันทำงานพองออกมาให้เห็นนะครับ บอกไว้ก่อน อิอิ




ที่พวงมาลัย ถุงลมจะอยู่ตรงกลาง มีสัญลักษณ์บอกไว้ จงอย่าเอาสิ่งใด ๆ ไปติดไว้ที่นั่น เจอบ่อยครับ รีโมทวิทยุบ้าง ที่วางโทรศัพท์บ้าง โลโก้ ตราต่าง ๆ ที่เป็นโลหะมีมุมแหลมคม ควรเอาออกโดยด่วน ตรงจุดนี้ไม่ควรติดตั้งสิ่งของอะไรทั้งสิ้น



สำหรับจำนวนถุงลมนิรภัยในรถยนต์นั้น ถ้าเป็นรถรุ่นพื้นฐาน ราคาไม่แพงมาก หรือรถยุคเก่าเริ่มพัฒนา ก็จะมีถุงลม 1 ใบ ที่พวงมาลัย เอาไว้ป้องกันคนขับเพียงอย่างเดียว คนนั่งก็มีลุ้นไป และมีการพัฒนาขึ้นเป็นถุงลม 2 ใบ เพิ่มด้านคนนั่งขึ้นมา หรือที่เรียกว่า Side Airbag ในปัจจุบัน ระบบถุงลมนิรภัยพัฒนาไปมาก ในรถรุ่นที่มีราคาหน่อย อาจจะมีถุงลมถึง 4 ใบ เพิ่มด้านข้างเบาะ เพื่อป้องกันแรงการชนด้านข้าง หรือมากกว่า 6 ใบ มีด้านหลังเพิ่มขึ้นมาอีก แล้วก็มีที่กระจกประตู 4 บาน เรียกว่า Curtain Airbag ซึ่งถุงลมจะพองออกมาเหมือนเป็นม่านป้องกันกระแทกไว้อีกชั้น กรณีถูกชนปะทะข้างอย่างรุนแรง เพื่อไม่ให้หน้าและศรีษะไปกระแทกกับแรงปะทะ นับว่าเป็นเทคโนโลยีที่น่าสนใจ แต่มีเฉพาะรถราคาแพงเท่านั้นนะครับ รถทั่วไปได้ถุงลม 2 ใบ ก็หรูแล้ว




ชุดนี้เป็นระบบถุงลมนิรภัยในรถ BENZ ที่ก้าวไกลไปมาก มีถุงลมก้อนเล็ก ๆ สีขาว เอาไว้กันกระแทกในส่วนของสะโพก ซึ่งเป็นจุดรอยต่อสำคัญของร่างกายอีกด้วย ไม่ให้เกิดการเคลื่อนตัวจนทำให้เจ็บหนักหรือพิการได้



การทำงานของถุงลมนิรภัย ก็มีหลายจุดที่ทำงานร่วมกัน โดยหลักก็จะมี “เซนเซอร์ที่ตัวรถ” โดยมากมักติดอยู่กับหลังกันชนหน้า กันชนหลัง ด้านข้าง มันจะคอยจับแรงกระแทก เมื่อมีการชนเกิดขึ้นในขั้นรุนแรงระดับหนึ่ง เรียกว่าน่าจะเป็นอันตรายต่อผู้คนในรถแล้ว มันจะส่งสัญญาณให้ถุงลมทำงาน โดยถุงลมก็จะเป็นวัสดุคล้าย ๆ ยางสังเคราะห์หนา ๆ สีขาว ปกติมันก็พับอยู่ดีหรอก แต่พอ “มีงาน” ขึ้นมา เซนเซอร์สั่งให้มีการ “พองตัว” เกิดขึ้น จะมีชุดแก๊สด้านใน เมื่อเซนเซอร์สั่งมา มันจะมีคอนเดนเซอร์จุดแก๊ส สร้างแรงดันให้ถุงลมพองตัวอย่างรวดเร็วในเสี้ยววินาที หลังจากเกิดเหตุแล้ว ถุงลมจะฟีบลงเอง แรงดันแก๊สในถุงลมจะถูกปล่อยออก เพื่อให้คนในรถสามารถออกไปจากรถได้โดยไม่ติดถุงลม หรือให้มันไม่เกะกะในการช่วยเหลือเอาคนออกจากรถ (กรณีคนหมดสติ บาดเจ็บสาหัส) นี่คือการทำงานคร่าว ๆ ของระบบถุงลมนิรภัย




ถุงลมนิรภัยด้านหลัง กันกระแทกจากท้าย ในภาพเป็นของ TOYOTA iQ ที่เป็นรถท้ายตัดขนาดกะทัดรัดมาก เมื่อโดนชนท้าย โอกาสที่ผู้โดยสารหลังจะโดนมีสูง จึงต้องทำถุงลมช่วยไว้นั่นเอง



ถุงลมนิรภัย หรือ ถุงลมมหาภัย !!!
เคยได้ยินข่าว หรือ “เขาพูดว่า” กันบ่อย ๆ ใช่ไหมครับ อย่างในกระแสด้านบวก ว่าถุงลมนิรภัยมันปลอดภัยจริง ช่วยให้บาดเจ็บน้อยลง แต่ในกระแสด้านลบ ก็ต่อต้านกันสุดขีด บอกถุงลมมหาภัย มีแล้วอันตราย อย่ามีดีกว่า ฟังแล้วก็รู้สึกแปลก ๆ ถ้ามันไม่ดีจริง แล้วบริษัทรถยนต์จะคิดค้น ผลิตมันขึ้นมาทำไม ไม่ใช่ถูก ๆ มันต้องมีการคำนวณอย่างดี ไม่ใช่ว่าชนหนักเบาก็ทำงานหมด มันต้องมีการคำนวณแรงชน ความเร็วรถ ตำแหน่งมุมที่ชน ฯลฯ กว่าจะออกมาได้นั้นมันไม่ง่าย ส่วนตัวผมเชื่อว่าอุปกรณ์พวกนี้ “มีแล้วไม่ได้ใช้ ดีกว่าจะใช้แล้วไม่มี” แล้วทำไม คนถึงเรียกมันว่า “ถุงลมมหาภัย” กันล่ะ ???




ภาพการทำงานของถุงลม กับเข็มขัดนิรภัยแบบ Pre Tension เมื่อเกิดการชนผ่านไปแล้ว เข็มขัดจะผ่อนตัวลงไม่รัดแน่นเหมือนตอนชน ทำให้สามารถออกจากรถได้ เป็นภาพจาก BENZ W126 ในยุคปี 1980 ที่มีระบบพวกนี้ใช้กันแล้ว



ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ถุงลมอาจจะไม่ทำงานนะคร๊าบ !!!
เหตุมันก็มีอยู่ว่า “คนที่ใช้รถ ขาดความรู้ความเข้าใจ ในการใช้รถ” อย่าไปโทษรถครับ โทษตัวคุณเองนั่นแหละ สาเหตุในการทำให้ถุงลมนิรภัย กลายเป็นถุงลมหาภัย ก็มีแยกย่อยเป็นอีกหลายอย่าง อันดับแรกก็คือ “ผู้ขับและผู้โดยสารตอนหน้า ไม่ยอมคาดเข็มขัดนิรภัย” เป็นนิสัยของพี่ไทย ไม่รู้ว่ายังไง แก้ไขไม่ได้ ก็คงต้องปล่อยตามบุญตามกรรม ลำพังไม่คาดเข็มขัดนิรภัย มันก็อันตรายมากอยู่แล้ว สิ่งที่ส่งผลร้ายกับถุงลมนิรภัย ก็คือ “แรงปะทะบวก” เมื่อเกิดการชน แรงที่ชน จะส่งให้ท่านลอยไปข้างหน้าอย่างไร้ทิศทาง และถุงลมเอง มันต้องพองตัวอย่างรวดเร็วในเสี้ยววินาที ตัวคนก็จะวิ่งเข้าไปบวกกับแรงที่ถุงลมพองตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการกระแทกที่รุนแรงทวีคูณ ทำให้เสียชีวิตได้ง่าย ต้นเหตุมันมาอย่างนี้ครับ




ชุดกลไกที่สั่งการให้ถุงลมทำงาน จะอยู่ที่คอพวงมาลัย ถ้ารถที่เปลี่ยนพวงมาลัยแต่งที่ไม่มีถุงลม ก็ต้องถอดออก แต่ไฟโชว์ถุงลมจะทำงาน เพราะระบบไม่ครบถ้วนเหมือนเดิม



ปัจจุบัน ผู้ผลิตรถยนต์รู้เท่าทัน จึงมีการออกแบบระบบถุงลมนิรภัยใหม่ โดยมีเงื่อนไขว่า “เมื่อไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ระบบจะตัดการทำงานของถุงลมทันที” ผมว่าคาดเข็มขัดนิรภัยเถอะครับ เพื่อความปลอดภัยของชีวิตคุณเอง (บอกครั้งเดียวนะครับ ไม่บอกบ่อย ขี้เกียจพูดบ่อยแล้วไม่ทำ มันเปลืองกระดาษ) และต้องระวังอย่างมาก ในส่วนของ “ผู้โดยสารข้างหน้า” ก็ใช้เงื่อนไขเดียวกัน แต่จะมีข้อควรระวังอีกหน่อย ในกรณีของ “เด็กเล็กนั่งหน้า” จะมีคำเตือนเสมอ ๆ ว่าเด็กเล็กนั่งหน้าจะอันตรายสูงกว่านั่งหลัง เข็มขัดก็คาดได้ตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม ทำให้การรัดตัวไม่เกิดผลดี อีกอย่างหนึ่ง ใต้เบาะนั่งหน้าฝั่งคนนั่ง จะมีระบบ “เซนเซอร์วัดน้ำหนัก” เมื่อไม่มีน้ำหนักคนนั่ง (น้ำหนัก 0 กก.) หรือน้ำหนักไม่ถึงประมาณ 20 กก. ถุงลมจะไม่ทำงานด้วยครับ




หลังจากการชนแล้ว ถุงลมจะฟีบตัวลงแบบนี้



วางของ ติดของซี้ซั้ว ในตำแหน่งที่ติดตั้งถุงลม แย่สุดสุด !!!
ต่อมา อันนี้ผมว่าแย่สุด ทราบได้ทันที่ว่า “คนไทยไม่ชอบอ่านคู่มือประจำรถ” ในรถที่มีระบบถุงลม ณ ตำแหน่งที่ถุงลมติดตั้งอยู่ จะจุดไหนก็ตาม จะมีคำเตือนว่า “ห้ามนำสิ่งของไปวางขวางไว้ หรือยึดติดไว้ ณ ตำแหน่งที่ถุงลมเก็บอยู่” เพราะตรงนั้นจะเป็นเหมือนบานฝาพับซ่อนอยู่ เพื่อเปิดให้ถุงลมออกมาเวลาชน แต่คนไทยไม่สนใจครับ ฉันจะเอาไอ้นั่น ไอ้นี่ มาแปะ มาวาง มาติด บางทีเป็นของที่อันตรายมากด้วย เช่น ของแข็ง ของมีเหลี่ยม สัน คม ไปวางไว้แถวถุงลม เจอบ่อยครับ บนหน้าปัดนี่แหละตัวดีเลย หรือบนแป้นพวงมาลัย ก็ติดอะไรไว้ไม่รู้ รีโมท แท่นวางโทรศัพท์ (กะขับไปเล่นไป แหมน่านับถือจริง ๆ) บางคนก็เอาพวกตราต่าง ๆ ที่เป็นโลหะมาติด บางอันก็แหลมคม คิดแล้วสยอง ผมไม่เอาคนนึงละ




ถุงลมอีกแบบ ที่จะป้องกันในส่วนของศรีษะและใบหน้า เมื่อเกิดการชนด้านข้าง (ถ้าเจอเหตุการณ์จริง ๆ สาวสวยคนนี้คงยิ้มไม่ออก)



สิ่งที่ “มีเฮ” ก็คือ เวลาถุงลมทำงาน มันจะดันฝาให้เปิดออกอย่างรวดเร็วและรุนแรงในเสี้ยววินาที แต่เราดันมีวัตถุสิ่งของไปขวางไว้ มันก็จะกระแทกวัตถุนั้นเข้าหน้าท่านก่อน แล้วแต่ว่าท่านจะเอา Level ไหนมาติด แข็งมาก มีคม มีเหลี่ยม ท่านก็จะบาดเจ็บมากหน่อย อันนี้ไปโทษรถไม่ได้หรอก โทษตัวเองที่ไม่ศึกษาคู่มือประจำรถให้ดีก่อนแล้วกัน หนทางแก้ก็คือ “อย่านำวัตถุใด ๆ ไปขวางไว้บริเวณที่ถุงลมติดตั้งอยู่” แล้วจะรู้ได้อย่างไร ว่ามันอยู่ตรงไหน ดูง่าย ๆ ครับ สังเกตคำว่า “SRS Airbag” ไว้ ถ้ามีคำนี้ติดอยู่ตรงไหน ตรงนั้นแหละครับจะมีถุงลมนิรภัยติดตั้งอยู่ อย่าได้เอาอะไรไปขวางไว้เชียว เตือนแล้วนะครับ ถ้าใครติดอยู่ก็ไปเอาของออกซะ ไม่รักจริงไม่บอกกันหรอก




กล่องควบคุมการทำงานของถุงลม จะทำหน้าที่ประมวลผลว่าถุงลมควรจะทำงานหรือไม่ และทำงานจุดไหนบ้าง



ถุงลมอาจจะไม่ทำงานทุกครั้งที่เกิดการชน ???
เคยดูข่าว หรือดูกระทู้ตามเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับรถยนต์ เกี่ยวกับ “ชนแล้วถุงลมไม่ทำงาน” ไหมครับ มันจะมีอยู่บ่อย ๆ ในการถกเถียงเคสนี้ ตกลงแล้วยังไงกันแน่ ต้องบอกไว้ก่อนว่า “ถุงลมนิรภัยอาจจะไม่ทำงานทุกครั้งที่ชน” นะครับ เนื่องจากว่า การชนที่ไม่ได้รุนแรงจนน่าจะเกิดอันตรายต่อผู้โดยสาร ถุงลมไม่จำเป็นต้องทำงานแบบเสียเปล่า บางเคสคนไม่เป็นอะไรเลย ออกมาโวยวายพอเป็นพิธี ก็มีการชี้แจงเรื่องนี้กันบ่อยครั้งจนเป็นเรื่องธรรมดา พูดกันง่าย ๆ “ชนไม่ถึงที่ แล้วถุงลมจะทำงานไปเพื่ออะไร” ถูกต้องไหมครับ
สำหรับเงื่อนไขที่จะทำให้ถุงลมทำงานได้ คือ “ต้องชนรุนแรงจนถึงจุดที่เป็นอันตรายต่อผู้โดยสารในรถ” ซึ่งจะมีการคำนวณเรื่องแรงปะทะไว้เรียบร้อยแล้ว มันจะต้องชนในจุดที่เซนเซอร์ตรวจจับได้ว่ามีความรุนแรงมาก ถุงลมก็จะทำงานโดยทันที อีกประการหนึ่ง คือ “ถุงลมจะไม่ทำงานครบทีเดียวทุกจุด” ในรถที่มีถุงลมหลายใบ หลายตำแหน่ง เมื่อรถถูกชนเพียงจุดใดจุดหนึ่ง แต่อีกจุดไม่มีผลกระทบใด ๆ ถุงลมก็จะทำงานปกป้องเฉพาะในโซนที่ถูกชนและคิดว่าน่าจะเป็นอันตรายเท่านั้น สำหรับโซนที่ปลอดภัยก็อาจจะไม่ทำงาน




สัญลักษณ์ที่บ่งชี้ว่า “มีถุงลมนิรภัยติดตั้งอยู่ในจุดนั้น” ลองสังเกตว่ารถท่านมีตรงไหนบ้าง ก็อย่าเอาอะไรไปขวางทางมันแล้วกันนะครับ



ไฟเตือนถุงลมผิดปกติขึ้น ยังทำเฉย ???
รถที่พอจะมีอายุหน่อย อะไร ๆ ก็ย่อมเสื่อมไปตามเวลา ระบบถุงลมก็ย่อมจะเกิดการเสีย หรือมีบางอย่างผิดปกติขึ้น มันจะมี “ไฟเตือนระบบถุงลม” ขึ้นมา (ดังในรูป) แสดงว่าท่านจะต้องนำรถเข้าเช็คที่ศูนย์บริการโดยด่วน นั่นหมายถึงว่า ระบบอาจจะมีปัญหาจริง ๆ จะอาจจะไม่ทำงานเวลาเกิดอุบัติเหตุ บางทีมันก็ไม่ได้เสียหรอกครับ พวกเซนเซอร์ต่าง ๆ อาจจะสกปรก ขั้วหลวม อะไรก็ตามแต่ คนส่วนใหญ่จะปล่อย คิดว่าช่างมัน คงต้องซ่อมแพงแน่ ๆ เลย ทำไปก็ไม่ได้ใช้หรอก (คิดเข้าข้างตัวเองเอาเคล็ด) ยังไงเข้าไปเช็คก่อนครับ บางทีมันแค่ปัญหานิดหน่อย เสียไม่กี่ตังค์ หรืออาจจะไม่เสีย ผมว่ามีแล้วแต่ใช้ไม่ได้ จะมีไปทำไมล่ะครับ




จุดที่คนมักวางของ คือ บนหน้าปัดฝั่งคนนั่ง อันตรายมากโดยเฉพาะคนที่เอาของที่มีลักษณะเป็นมุมแหลมคม ของแข็ง ที่พร้อมจะทำอันตรายได้ หากถุงลมทำงาน เลี่ยงโดยเด็ดขาดครับ



อย่าคิดว่ามีถุงลมแล้วรอดทุกเคส !!!
ขอตบท้ายแบบ “แรง ๆ” หน่อย ถึงผู้ที่ขับรถประมาท คิดว่ามีถุงลมยังไง “กรูก็รอด” เมื่อเกิดการชน หรือมีความคิดในกระแสด้านลบว่า มีถุงลมโดนชนบางคนก็ตาย มันจะช่วยได้อย่างไร ตายได้ไงถ้ามีถุงลม ??? คำถามนี้เจอกันบ่อยมาก ต้องเข้าใจก่อนนะครับ ว่าถุงลมนิรภัย มันมีหน้าที่ “ลดความรุนแรงในการบาดเจ็บ” เท่านั้น เน้นว่า “ลดความรุนแรงในการบาดเจ็บ” อีกครั้ง มันไม่ใช่อุปกรณ์เซฟชีวิต ถ้าปะทะซัดกันเต็ม ๆ ที่ความเร็วสูง ไปเจอรถใหญ่ประสานงาหนัก ๆ รถกระจายเละเทะเป็นชิ้น ๆ ถุงลมก็ช่วยไม่ไหวเหมือนกัน ต่อให้เป็นรถยุโรปราคาแพงหลักสิบล้านก็เถอะ ถึงลิมิทที่มันเกินรับไหว ก็ถึงที่ได้ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น “ขับรถอย่าประมาท” และ “ทำบุญเสริมชะตาชีวิต” ซักหน่อย จะเป็นผลดีมากกว่าจะมานั่งพึ่งระบบป้องกันอย่างเดียวครับ




สัญลักษณ์ตัวบน ที่เป็นรูปคนนั่ง จะเป็นสัญลักษณ์ไฟเตือนระบบถุงลมนิรภัย ถ้ามันติดขึ้นมาคือมีสิ่งที่ผิดปกติเกิดขึ้นในระบบ ควรรีบเข้าเช็คโดยด่วนครับ ปล่อยไว้ไม่ดีแน่


สนใจ..รถยนต์มือสองคุณภาพ รถมือสองอุบล ศูนย์รวมรถมือสอง ตลาดรถมือสองท่านสามารถเลือกดูและติดตามข่าวสารได้กับอุบลออโต้ .ได้ที่ http://www.ubonauto.com/
และสามารถติดตามเฟสบุ๊ก ได้ที่
อุบลออโต้คลับ https://www.facebook.com/UbonAuto?ref=hl
พบ รถมือสอง คุณภาพเยี่ยมที่อุบลออโต้ 

วันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2557

BENZ 'เข้มแผนขยายตลาด..




เบนซ์    เข้มแผนขยายตลาด "ออนไลน์-คนดัง" สร้างลูกค้ารุ่นใหม่
เมอร์เซเดส-เบนซ์ชื่อนี้สำหรับบ้านเรา อาจจะไม่ใช่แค่ชื่อรถ แต่เหมือนสัญลักษณ์เกี่ยวกับความสำเร็จ ชื่อเสียง ฐานะ ของผู้ที่เป็นเจ้าของ ที่สั่งสมมาตั้งแต่ในอดีต

แต่จุดเด่นที่ติดตัวรถตราดาวมาและอาจจะกลายเป็นจุดอ่อนได้ หากไม่มีการปรับตัวที่ดีพอ ก็คือ ภาพของความเป็นรถเถ้าแก่ ซึ่งกลุ่มนี้แม้จะมีกำลังซื้อที่ดีและต่อเนื่อง แต่สักวันหนึ่งก็จะหายไปจากตลาด ดังนั้นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้นำตลาดรถหรูก็คือจะต้องขยายฐานตลาดลงมายังคนวัยหนุ่มสาว กลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น
แต่การที่จะเข้าไปขยายฐานตลาด ในยุคที่แข่งมีความแข็งแกร่ง และเติบโตได้ดีนั้น จำเป็นจะต้องใช้เครื่องมือหลายอย่าง ทั้งการตลาด กิจกรรม รวมไปถึงตัวสินค้าเอง

โชคดีที่ว่า กระแสดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะเมืองไทย แต่เกิดขึ้นในหลายแห่งทั่วโลก ทำให้เมอร์เซเดส-เบนซ์ ต้องประกาศกลยุทธ์ "เมอร์เซเดส-เบนซ์ 2020" เมื่อปี 2555 ซึ่งเป็นกลยุทธ์เกี่ยวกับแนวทางการตลาด และการพัฒนาสินค้า โดยสินค้าสำคัญที่อยู่ในกลยุทธ์ดังกล่าวก็คือ รถคอมแพค เนื่องจากค่ายรถจากสตุทการ์ทมองว่าในระยะ 10 ปี ตลาดคอมแพคจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นจากเมื่อ 2 ปีที่แล้ว 6.57 ล้านคัน เป็น 10.62 ล้านคัน ทั่วโลก

และนั่นก็คือต้นกำเนิดของรถเล็กยุคใหม่ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ภายใต้โครงสร้างตัวถังที่เรียกว่า "เอ-แพลทฟอร์ม" ซึ่งจะใช้พัฒนารถขึ้นมา 5 รูปแบบที่แตกต่างกันไป โดยขณะนี้เปิดตัวไปแล้ว 3 ตัวถังคือ เอ-คลาส รถแบบแฮทช์แบ็ค ท้ายตัด ตามมาด้วย ซีแอลเอ ซีดานในรูปแบบคูเป้ และจีแอลเอ รถครอสโอเวอร์

การเริ่มต้นของเอ-คลาส ยุคใหม่ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ต้องลืมภาพของเอ-คลาส ยุคเดิม ทิ้งมันไป แล้วสร้างขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เพื่อสร้างตลาดใหม่ เป็นการเริ่มต้นที่ไม่มีการต่อยอดมาจากสินค้าเดิม หรือเรียกว่าเป็นการเริ่มต้นจาก 0 ถึงกับทำให้ซีอีโอ เดมเลอร์ เอจี "ดีทเธอรร์ เซทช์" ต้องออกปากว่า

"ไม่บ่อยนักหรอกสำหรับวงการรถยนต์ที่ใครสักคนจะมองเห็นแนวทางเริ่มต้นบนกระดาษเปล่าๆ แต่ว่าวิศวกรของเราก็ได้สร้างโอกาสนี้ขึ้นมา"

การมาของคอมแพคทั้ง 3 รูปแบบตัวถังตั้งแต่ปี 2555 ดูเหมือนจะได้ผลไม่น้อยในตลาดไทย เพราะว่ายอดขายล่าสุด 5,213 คันในช่วง ม.ค.-ก.ค.ที่ผ่านมานั้น ไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย บอกว่าเป็นกลุ่มรถเล็ก 1 ใน 3

ขณะที่ มาร์ทิน ชูลซ์ รองประธานบริหาร เชื่อว่าจากนี้ไปรถกลุ่มนี้จะมีบทบาทมากขึ้น เพราะตัวเลขที่ได้นั้น ต้องไม่ลืมว่ารถอย่างจีแอลเอ ซึ่งเปิดตัวเป็นรุ่นที่ 3 ในไทย เพิ่งสามารถส่งมอบได้ในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมานี้เอง
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยืนยันว่าตัวรถเดินมาถูกทาง และตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ได้แล้ว แต่ขณะเดียวกัน รูปแบบการตลาด ก็ต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับกลุ่มลูกค้าเช่นกัน
ย้อนกลับไปหลายสิบปีก่อน การสร้างชื่อเมอร์เซเดส-เบนซ์ในไทย โดยตระกูลวิริยะพันธ์ ผู้บริหารธนบุรีประกอบรถยนต์ จนทำให้รถตราดาวติดตลาดในไทย และกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จในชีวิตมีรูปแบบที่แตกต่างไป การเข้าหาลูกค้าแบบถึงตัวเป็นวิธีการหนึ่งที่ได้ผลในยุคนั้น
ยุคปัจจุบันการเข้าถึงตัวก็เป็นสิ่งที่ได้ผลเช่นกัน แต่วิธีการอาจจะต้องเปลี่ยนแปลง สำหรับลูกค้าบางกลุุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่ต้องการขยายฐาน นั่นก็คือการใช้ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง มากขึ้น เพราะคนยุคนี้สมัยนี้นิยมสื่อสารกันทางโลกออนไลน์
และนับตั้งแต่เปิดตัว เอ-คลาส เมอร์เซเดส-เบนซ์ ก็เริ่มมี เฟซบุ๊ค ซึ่งจนถึงปัจจุบัน มีแฟนเพจแล้วประมาณ 3 แสนคน และอินสตาแกรมอีกกว่า 9,000 คน
"แนวทางการทำตลาดของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ บริษัทฯ เตรียมรุกวงการอุตสาหกรรมยานยนต์หรูด้วยการใช้กลยุทธ์ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้งหรือการทำตลาดในโลกออนไลน์ผ่านการใช้โซเชียล เน็ตเวิร์คมากขึ้น เนื่องจากมองว่าสื่อช่องทางนี้สามารถสร้างความรู้สึกใกล้ชิดไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง และรวดเร็ว ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เมอร์เซเดส-เบนซ์มุ่งให้ความสำคัญอย่างมากในปีนี้” เกรเว่ กล่าว
นอกจากนั้นยังมีการเริ่มต้นครั้งสำคัญ ก็คือ การมีแบรนด์ แอมบาสเดอร์ เป็นครั้งแรกในไทย โดยเลือก "ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต" เพราะเห็นว่าเป็นผู้มีชื่อเสียง ประสบความสำเร็จทั้งด้านการแสดง และธุรกิจ รวมถึงมีแฟนคลับติดตามในโลกออนไลน์ถึง 2 ล้านคน

สนใจ..รถยนต์มือสองคุณภาพ รถมือสองอุบล ศูนย์รวมรถมือสอง ตลาดรถมือสองท่านสามารถเลือกดูและติดตามข่าวสารได้กับอุบลออโต้ .ได้ที่ http://www.ubonauto.com/
และสามารถติดตามเฟสบุ๊ก ได้ที่
อุบลออโต้คลับ https://www.facebook.com/UbonAuto?ref=hl
พบ รถมือสอง คุณภาพเยี่ยมที่อุบลออโต้ 

วันพุธที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2557

แพทยสภา เร่งออกกฎทำใบขับขี่ 10 โรคเสี่ยงอุบัติเหตุ


แพทยสภา เร่งออกกฎทำใบขับขี่ 10 โรคเสี่ยงอุบัติเหตุ


ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ข่าวสด

แพทยสภา เร่งออกกฎทำใบขับขี่ พร้อมจัดระเบียบ 10 โรคที่เสี่ยงทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2557 พล.อ.ต.นพ.อิทธิพร คณะเจริญ รองเลขาธิการแพทยสภา กล่าวถึงความคืบหน้าเรื่องมาตรฐานสุขภาพสำหรับผู้ขอใบขับขี่รถยนต์ว่า ตอนนี้ได้ประชุมร่วมกันกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อร่วมกำหนดกฎเกณฑ์ ข้อแนะนำทางการแพทย์สำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ให้เกิดความปลอดภัยแล้ว โดยจะมีการคัดโรค 10 กลุ่มที่มีความเสี่ยง เช่น กลุ่มลมชักและระบบประสาท โรคหัวใจและเบาหวานขั้นรุนแรง กลุ่มโรคความผิดปกติของการมองเห็น การได้ยินและการทรงตัวขั้นรุนแรง เป็นต้น ซึ่งการออกเกณฑ์ครั้งนี้ จะต้องไม่เป็นการเพิ่มขั้นตอนจนกลายเป็นภาระและทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบ

อย่างไรก็ตาม การวางกฎเช่นนี้ ไม่ได้หมายความว่าเป็นการกีดกัน แต่จะทำให้ผู้ป่วยทราบความเสี่ยงของตัวเอง เพื่อนำไปสู่การระบบรักษาต่อไป โดยรูปแบบใหม่จะไม่ต้องขอใบรับรองแพทย์เหมือนที่ผ่านมา แต่เป็นการกรอกประวัติเจ็บป่วยตามความเป็นจริง ส่วนประวัติการผ่าตัดในขั้นตอนใบขับขี่ ก็จะมีรายละเอียด เช่น ผู้ขับขี่รถสาธารณะ ต้องได้รับการตรวจสุขภาพทุกปี หรือผู้เป็นโรคลมชัก ก็ไม่สามารถออกใบขับขี่ระยะยาวได้ เป็นต้น

ทั้งนี้ หลังจากที่คณะกรรมการด้านการแพทย์ได้กำหนดหลักเกณฑ์แล้ว คณะกรรมการชุดใหญ่จะนำเรื่องเข้าที่ประชุมอีกครั้ง เพื่อปรับแก้ระเบียบ และมีการเพิ่มโทษ หากใช้ข้อมูลเท็จหรือนำไปสู่การจ่ายสินไหมทดแทน เป็นต้น คาดว่ากฎทั้งหมดน่าจะเสร็จในเดือนกันยายนนี้ เพื่อนำไปสู่ระเบียบข้อบังคับต่อไป

สนใจ..รถยนต์มือสองคุณภาพ รถมือสองอุบล ศูนย์รวมรถมือสอง ตลาดรถมือสองท่านสามารถเลือกดูและติดตามข่าวสารได้กับอุบลออโต้ .ได้ที่ http://www.ubonauto.com/
และสามารถติดตามเฟสบุ๊ก ได้ที่
อุบลออโต้คลับ https://www.facebook.com/UbonAuto?ref=hl
พบ รถมือสอง คุณภาพเยี่ยมที่อุบลออโต้